นักวิเคราะห์และนักลงทุนรายย่อยมองทองคำต่างกันชัดเจน

ผลสำรวจความคิดเห็นประจำสัปดาห์ของ Kitco News ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยผู้สื่อข่าว Ernest Hoffman พบว่าฝั่งนักวิเคราะห์ในตลาด Wall Street จำนวน 16 คนที่ร่วมตอบแบบสำรวจมีความเห็นแตกออกเป็นสามส่วนใกล้เคียงกัน คือ 38% (6 คน) มองว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อ, 31% (5 คน) มองว่าจะปรับลงต่อ และอีก 31% (5 คน) มองว่าจะแกว่งตัว sideways ในทางกลับกัน กลุ่มนักลงทุนรายย่อยฝั่ง Main Street ที่ร่วมโหวตออนไลน์ 220 คน ยังคงมีสัดส่วนที่มองบวกเป็นเสียงข้างมากอยู่ที่ 55% (120 คน) ขณะที่ 24% (53 คน) มองลบ และ 21% (47 คน) มองว่าจะแกว่งตัว อย่างไรก็ตาม Kitco ระบุว่าสัดส่วนมองบวกของฝั่งรายย่อยนี้ "อ่อนแรงลง" จากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังราคาทองคำโลกพยายามทะลุแนวต้าน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ไม่สำเร็จ

ความเห็นที่แตกต่างกันนี้เกิดขึ้นหลังราคาทองคำโลกผ่านสัปดาห์ที่ผันผวนหนัก โดยราคาทองคำไทยเองก็สะท้อนความผันผวนดังกล่าวเช่นกัน ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 4 กันยายนที่ 69,650 บาทต่อบาททองคำ ตามข้อมูลของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย หลังราคาทองคำโลกร่วงแรงจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งเกินคาดถึง 162,000 ตำแหน่ง อ่านรายละเอียดราคาทองคำไทยรายชั่วโมงและปัจจัยเบื้องหลังการร่วงตัวนี้เพิ่มเติมได้ใน สรุปราคาทองคำวันนี้ 5 กันยายน 2569

เหตุใดตลาดจึงมองทิศทางไม่ตรงกัน

หนึ่งในเหตุผลที่ Kitco ระบุถึงความไม่แน่นอนนี้คือ ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์หน้า ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 15-16 กันยายน โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์กับ Kitco กล่าวว่า "ตัวเลขเพียง 0.1% ในรายงาน CPI มีความหมายต่อทุกอย่าง" ต่อทิศทางการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเฟด

FXStreet รายงานเสริมในมุมเดียวกันว่า ผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ เคยระบุว่าการตัดสินใจโหวตของเขาในการประชุมเดือนกันยายนจะ "ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม" กล่าวคือหากข้อมูลเงินเฟ้อแสดงว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง เขามีแนวโน้มเอียงไปทางสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่หากตัวเลขออกมาร้อนแรงเกินคาด ก็มีแนวโน้มจะสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ทั้งนี้ภายหลังตัวเลขจ้างงานเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งเกินคาดประกาศออกมา เครื่องมือ CME FedWatch ที่ FXStreet อ้างอิง ระบุว่าตลาดปรับโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนกลับขึ้นไปอยู่ที่ราว 60% ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ทั้งฝั่ง Wall Street และ Main Street มีความเห็นแตกต่างกันมากขึ้นว่าทองคำจะไปทางไหนต่อ

แนวรับแนวต้านที่ต้องจับตาตามมุมมองทางเทคนิค

FXStreet ให้กรอบแนวรับแนวต้านสำหรับทองคำโลก (XAU/USD) ในสัปดาห์หน้าไว้ดังนี้ ฝั่งแนวต้านอยู่ที่ช่วง 4,510-4,535 ดอลลาร์ (บริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน และระดับ Fibonacci 38.2%) ถัดไปที่ 4,675-4,700 ดอลลาร์ (Fibonacci 50%) และ 4,850 ดอลลาร์ (Fibonacci 61.8%) ส่วนฝั่งแนวรับอยู่ที่ 4,350 ดอลลาร์ (เส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน) ถัดไปที่ 4,300-4,295 ดอลลาร์ (Fibonacci 23.6%) และ 4,240 ดอลลาร์ (เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน) ทั้งนี้ระดับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ทองคำเพิ่งหลุดลงมาไม่นานนี้เคยเป็นประเด็นที่เว็บไซต์เคยรายงานไว้ใน ราคาทองหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทรุดกว่า 3% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าระดับนี้ยังคงเป็นจุดสำคัญที่ตลาดจับตาต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

FXStreet สรุปว่าทองคำกำลังเผชิญความเสี่ยงแบบสองทาง (two-way risk) กล่าวคือ หากตัวเลข Core CPI รายเดือนออกมาต่ำกว่าตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่ 0.2% อาจกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงและหนุนราคาทองคำ แต่หากตัวเลขออกมาเท่ากับหรือสูงกว่า 0.2% ก็จะยิ่งตอกย้ำการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยและกดดันราคาทองคำต่อไป

ความหมายต่อราคาทองไทยและสิ่งที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้

เนื่องจากตลาดทองคำในประเทศไทยปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์ ราคาทองคำแท่งไทยล่าสุดจึงยังคงอยู่ที่ระดับปิดตลาดวันศุกร์ที่ 69,650 บาทต่อบาททองคำ (รับซื้อ 69,450 บาท) ตามข้อมูลของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นระดับอ้างอิงเมื่อตลาดเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์ ผู้อ่านที่ต้องการติดตามว่าราคาทองไทยจะขยับตามความไม่แน่นอนของตลาดโลกช่วงก่อน CPI มากน้อยเพียงใด สามารถติดตามราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยแบบเรียลไทม์ได้ที่ หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

นอกจากตัวเลข CPI แล้ว ปัจจัยด้านแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางก็ยังเป็นอีกแรงหนุนที่ตลาดจับตาต่อเนื่อง ผู้อ่านที่สนใจติดตามประเด็นแรงซื้อ ETF ทองคำและธนาคารกลางที่เว็บไซต์เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน กองทุน ETF ทองคำ-เงินไหลเข้าคึกคัก แต่นักลงทุนยังไม่เชื่อสุด โดยรวมแล้วนักวิเคราะห์ที่ Kitco และ FXStreet อ้างอิงต่างเห็นตรงกันว่าตัวเลข CPI วันศุกร์หน้าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตัดสินว่าฝ่ายใดในผลสำรวจจะเป็นฝ่ายถูก ผู้อ่านที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์และข่าวทองคำฉบับอื่น ๆ สามารถดูรายการทั้งหมดได้ที่ บทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน