สรุปราคาทองคำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569

ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 เปิดตลาดที่ 69,800 บาทต่อบาททองคำ สูงกว่าราคาปิดของวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายนที่ 69,150 บาทอยู่ 650 บาท จากนั้นราคาไต่ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 69,900 บาท ในช่วงบ่าย ก่อนจะย่อตัวลงเรื่อย ๆ จนปิดตลาดที่ 69,650 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของวันด้วยเช่นกัน ตามข้อมูลราคาทองรายชั่วโมงของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย เท่ากับลดลงสุทธิ 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาเปิด หรือราว 0.21% แม้ราคาปิดจะยังคงสูงกว่าราคาปิดของวันก่อนหน้าอยู่ 500 บาทก็ตาม กล่าวโดยสรุปคือทองไทยวันศุกร์ "ขึ้นแรงตอนเช้า แล้วไหลลงตลอดครึ่งวันหลัง" ต่างจากวันพฤหัสบดีที่แกว่งแคบทั้งวันหลังกระโดดขึ้นตอนเปิดตลาด (อ่านรายละเอียดราคาทองของวันก่อนหน้าเพิ่มเติมได้ใน สรุปราคาทองคำวันนี้ 4 กันยายน 2569)

อะไรอยู่เบื้องหลังการย่อตัวระหว่างวัน

FXStreet รายงานว่าในช่วงเช้าตลาดเอเชียของวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ราคาทองคำโลกแกว่งตัวอยู่ต่ำกว่าระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยซื้อขายอยู่ที่ราว 4,470-4,472 ดอลลาร์ ยุติการปรับขึ้นติดต่อกันสองวันก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะไม่เปิดสถานะใหม่มากนัก และรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ที่จะประกาศเวลา 12:30 GMT (ประมาณ 19:30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นช่วงหลังตลาดทองคำไทยปิดทำการแล้ว) โดยนักวิเคราะห์ที่ FXStreet อ้างอิงคาดการณ์ตัวเลขจ้างงานไว้ที่ราว 56,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 23,000 ตำแหน่ง ความระมัดระวังของตลาดในช่วงนี้เองที่สอดคล้องกับการที่ราคาทองไทยไต่ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตอนบ่ายแล้วค่อย ๆ ย่อตัวลงจนถึงเวลาปิดตลาด สะท้อนแรงขายทำกำไรบางส่วนก่อนรู้ผลตัวเลขสำคัญ มากกว่าจะเป็นการปรับฐานจากปัจจัยลบใหม่

ต่อมาในรายงานฉบับหลังของ FXStreet ระบุว่าเมื่อตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประกาศออกมาจริงหลังตลาดไทยปิดทำการ ปรากฏว่าตัวเลขจ้างงานเดือนสิงหาคมพุ่งขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากถึงเกือบ 3 เท่า และยังเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม พร้อมทั้งมีการปรับทบทวนตัวเลขเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้นรวมกันอีก 55,000 ตำแหน่ง ตัวเลขที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้ทำให้ราคาทองคำโลกที่เคยปิดตลาดวันพฤหัสบดีไว้ที่ 4,539.90 ดอลลาร์ (บวก 2.8% จากถ้อยแถลงผ่อนคลายของเฟดก่อนหน้า) ร่วงลงมาใกล้ระดับ 4,427 ดอลลาร์ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น เกือบล้างกำไรที่ทำได้ทั้งหมดของวันก่อน โดย FXStreet ระบุว่าตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนกลับขึ้นไปเหนือ 60% จากที่เคยลดลงไปอยู่ราว 50% หลังถ้อยแถลงของผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีปรับตัวขึ้นแรง และดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เคยอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ใกล้ 98.9 ก็ดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือ 99.3 ภายในวันเดียว

ความหมายต่อราคาทองไทยวันนี้

สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยเป็นผู้ประกาศราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณในประเทศอย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงราคาทองคำโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นหลัก เนื่องจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ทำให้ราคาทองคำโลกร่วงลงแรงประกาศออกมาหลังจากตลาดทองคำไทยปิดทำการไปแล้วเมื่อวันศุกร์ ราคาทองไทยที่ปิดไว้ 69,650 บาทจึงยังไม่ได้สะท้อนแรงขายรอบใหม่นี้อย่างเต็มที่ ในลักษณะเดียวกับที่ราคาทองไทยเมื่อวันพฤหัสบดีเปิดกระโดดขึ้นทันทีเพื่อไล่ตามราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นข้ามคืนก่อนหน้า ผู้อ่านที่ต้องการติดตามว่าราคาทองคำไทยรอบเปิดตลาดถัดไปจะปรับตัวตามข่าวตัวเลขจ้างงานนี้มากน้อยเพียงใด ซึ่งดึงข้อมูลราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง สามารถติดตามแบบเรียลไทม์ได้ที่ หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

สิ่งที่ต้องจับตาวันนี้และสัปดาห์นี้

FXStreet ระบุว่าท่าทีของนักวิเคราะห์หลังตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่งเกินคาดคือ การปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงก่อนหน้านี้ "น่าจะจบลงแล้ว" และเริ่มมีการพูดถึงรูปแบบทางเทคนิคที่อาจชี้เป้าให้ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงไปได้ถึงราว 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากแนวโน้มขาลงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม FXStreet ระบุว่าตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญตัวถัดไปที่ตลาดจะจับตาคือรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์หน้า ซึ่งจะเป็นข้อมูลชี้วัดเงินเฟ้อชุดสำคัญก่อนการประชุมเฟดเดือนกันยายน และจะเป็นตัวกำหนดว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมาเหนือ 60% แล้วในขณะนี้จะยืนอยู่ระดับนี้ต่อไปหรือไม่ นักลงทุนและผู้อ่านที่ติดตามราคาทองคำจึงควรจับตาทั้งทิศทางราคาทองคำโลกช่วงต้นสัปดาห์และตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวไปพร้อมกัน ผู้อ่านที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์และข่าวราคาทองคำฉบับอื่น ๆ สามารถดูรายการบทความทั้งหมดได้ที่ บทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน