ราคาทองคำตลาดโลกช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ทรุดตัวลงหนักกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ในตอนแรก โดยราคาทองคำแท่ง (spot gold) ร่วงลงมาอยู่ที่ราว 4,455-4,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือลดลงประมาณ 3.04-3.14% ตามรายงานของ Kitco News และ FXEmpire ส่วนราคาเงิน (silver) ร่วงแรงกว่านั้นราว 4% มาอยู่ที่ 66.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามข้อมูลของ Kitco การร่วงลงครั้งนี้ทำให้ราคาทองคำโลกหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day moving average) ที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจับตาเป็นแนวรับหลัก ระดับราคานี้เองที่สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยใช้อ้างอิงคำนวณราคาทองคำแท่งไทยที่ปรับลดลง 1,600 บาทเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติม: ราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. 69 ร่วง 1,600 บาท หลังวอร์ชแถลง Jackson Hole)

สาเหตุ: วอร์ชแถลงแข็งกร้าว ซ้ำด้วยตัวเลขจ้างงานที่ถูกปรับลด

ปัจจัยหลักที่กดราคาทองคำยังคงเป็นสุนทรพจน์ Jackson Hole ครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ที่ย้ำจุดยืนสู้เงินเฟ้ออย่างแข็งกร้าว ตามที่เคยรายงานไว้ (อ่านเพิ่มเติม: ราคาทองวันนี้ 27 ส.ค. ยืนบวกใกล้จุดสูงสุด จับตาวอร์ชพูดที่ Jackson Hole) แต่ Kitco News รายงานว่ามีอีกปัจจัยหนึ่งที่ซ้ำเติมแรงกดดันในวันเดียวกัน คือตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (payroll) ของสหรัฐฯ ที่ถูกปรับทบทวนตัวเลขพื้นฐาน (benchmark revision) ลดลงเหลือเพียง 79,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ทั้งสองปัจจัยนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีปรับขึ้น 11.8 basis point มาอยู่ที่ 4.348% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 0.5% ซึ่งทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นล้วนเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำและเงิน

ผลจากปัจจัยเหล่านี้ Kitco รายงานว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 57.5% จากเดิม 35.9% ก่อนหน้านั้น ส่วน FXEmpire อ้างอิงเครื่องมือ FedWatch รายงานตัวเลขโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนไว้ที่ 33.8% และเดือนธันวาคมที่ 45.1% ซึ่งตัวเลขจากสองสำนักต่างกันบ้างตามช่วงเวลาที่บันทึกข้อมูล แต่สะท้อนทิศทางเดียวกันคือตลาดกำลังปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นหลังสุนทรพจน์ของวอร์ช ด้าน FXEmpire ยังระบุด้วยว่าราคาทองคำเพิ่งทำจุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ที่ 4,697 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะพลิกกลับมาร่วงลงแรงในสัปดาห์เดียวกัน

แนวรับ 4,500 ดอลลาร์ จุดชี้ชะตาเส้นทางสู่ 5,000 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์ที่ FXEmpire อ้างอิงระบุว่าระดับ 4,500 ดอลลาร์ ซึ่งตรงกับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันพอดี เป็น "แนวรับที่ทองคำต้องยืนให้ได้" (gold must defend $4,500) หากหลุดระดับนี้ลงไปอย่างชัดเจน แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์ ขณะที่หากราคาสามารถยืนเหนือ 4,500 ดอลลาร์ได้ เป้าหมายถัดไปที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจับตาคือโซน 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับที่หลายสถาบันการเงินเคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ อาทิ Natixis ที่เคยปรับเป้าราคาทองคำปีนี้ขึ้นไปถึง 5,000 ดอลลาร์จากความกังวลด้านหนี้สาธารณะสหรัฐฯ (อ่านเพิ่มเติม: ราคาทอง: Natixis ปรับเป้าปีนี้พุ่งเป็น 5,000 ดอลลาร์ หวั่นหนี้สหรัฐฯ-พันธบัตรผันผวน) ด้าน Kitco News ตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปคือการร่วงลงครั้งนี้เป็นเพียง "แรงเทขายชั่วคราวจากสุนทรพจน์วอร์ช" หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานทางเทคนิคที่ลึกกว่านั้น ซึ่งยังต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจและถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ ในสัปดาห์ถัดไปเพื่อยืนยันทิศทาง

ด้านราคาเงิน (silver) ก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน หลังความพยายามทะลุแนวต้าน 70 ดอลลาร์ไม่สำเร็จ ตามรายงานของ Kitco ขณะที่ FXEmpire ระบุว่าราคาเงินต้องยืนเหนือ 72 ดอลลาร์เพื่อเปิดทางไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 90 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 64 ดอลลาร์

ผลต่อราคาทองไทย และสิ่งที่ต้องติดตามสัปดาห์หน้า

เนื่องจากตลาดทองคำไทยปิดทำการในวันหยุดสุดสัปดาห์ ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณของไทยจึงยังคงยืนที่ระดับเดียวกับที่สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยประกาศไว้เมื่อเช้าวันเสาร์ คือทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 69,950 บาท ขายออกบาทละ 70,150 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อบาทละ 68,553.52 บาท ขายออกบาทละ 70,950 บาท โดยจากการตรวจสอบฟีดราคาสดของสมาคมฯ พบว่าราคาดังกล่าวคำนวณจากราคาทองคำโลกอ้างอิงที่ระดับ 4,455 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งตรงกับตัวเลขที่ Kitco และ FXEmpire รายงานไว้พอดี สะท้อนว่าราคาทองไทยที่ปรับลงไปแล้วได้สะท้อนแรงเทขายเต็มรอบของวันศุกร์เรียบร้อยแล้ว ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาทองไทยแบบเรียลไทม์เมื่อตลาดเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์สามารถดูได้จากหน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์ ซึ่งดึงราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง

สำหรับสัปดาห์หน้า ปัจจัยที่ต้องจับตาคือถ้อยแถลงเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศ ว่าจะยืนยันแนวโน้มดอกเบี้ยแบบเข้มงวดต่อไปหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่าราคาทองคำจะสามารถยืนเหนือแนวรับ 4,500 ดอลลาร์และกลับไปทดสอบเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หรือจะหลุดลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 4,300 ดอลลาร์ ผู้ที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์และข่าวสารตลาดทองคำเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่หน้าบทความทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน