การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งตลาดทองคำจับตามาตลอดสัปดาห์ จบลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ด้วยการขยายสงบศึกทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน แต่ยังไม่มีข้อตกลงถาวร ในช่วงเดียวกัน ราคาทองคำโลกลงไปต่ำสุดในรอบสัปดาห์ Kitco News รายงานว่า spot gold อยู่ที่ 4,265.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำ COMEX ปิดที่ 4,298.00 ดอลลาร์ ลดลง 20.40 ดอลลาร์ ภาพราคาทองไทยทั้งวันอยู่ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 25 กันยายน 2569
ผลประชุมทรัมป์-สี: ต่ออายุสงบศึก แต่ยังไม่มีข้อตกลงใหญ่
NBC News รายงานว่าสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ และจีนตกลง "ขยายสงบศึกทางการค้าทวิภาคี" ไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม หลังหารือกับรองนายกรัฐมนตรีเหอลี่เฟิงของจีน Al Jazeera ระบุว่าการพบกันครั้งนี้เป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการระดับรัฐครั้งแรกของผู้นำจีนในรอบ 11 ปี และรายงานว่าอัตราภาษีระหว่างสองประเทศยังคงเดิม คือ 36.5% สำหรับสินค้าจีนที่เข้าสหรัฐฯ และ 31% สำหรับสินค้าสหรัฐฯ ที่เข้าจีน จีนตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่ม และเลื่อนการห้ามส่งออกแร่หายากออกไปถึงวันที่ 10 มกราคม
นักวิเคราะห์ที่ Al Jazeera สัมภาษณ์มีความเห็นแตกต่างกัน ไอนาร์ ทังเกน กล่าวว่า "การขยายเวลา 2 เดือนไม่ใช่สะพานไปสู่ข้อตกลงใหญ่ แต่เป็นเพียงกระสอบทรายชั่วคราวที่กั้นน้ำท่วมเชิงโครงสร้างไว้" ฟิลิปป์ เลอ คอร์ เห็นว่า "เป็นผลลัพธ์ที่แย่สำหรับสหรัฐฯ เพราะยังไม่มีอะไรได้รับการแก้ไข" ขณะที่ซุน เฉิงเฮ่า มองว่าเป็น "ก้าวชั่วคราวที่มีประโยชน์" แต่ระบุว่าข้อตกลงที่ยั่งยืนต้องมีผลประโยชน์ร่วมกันและนโยบายที่คาดการณ์ได้มากกว่านี้ NBC News ระบุเพิ่มว่าการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีข้อตกลงด้านความมั่นคงเรื่อง AI ที่เป็นรูปธรรม และประเด็นไต้หวันยังเป็น "เส้นแดง" ของจีน
ผลการประชุมเป็นการเลื่อนเส้นตายออกไป ไม่ได้แก้ข้อพิพาท ความไม่แน่นอนเรื่องการค้าระหว่างสองประเทศจึงยังอยู่ต่อจนถึงต้นปีหน้า
แรงกดดันหลักยังมาจากเฟด น้ำมัน และบอนด์ยีลด์
ปัจจัยที่กดราคาทองในระยะสั้นยังเป็นเรื่องดอกเบี้ย Kitco News รายงานว่าตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคมราว 70% อินโฟเควสท์รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นไปที่ 5.133% สูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2008 ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่ง 3.4% หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย ทำให้ตลาดกังวลเงินเฟ้อมากขึ้น ในเชิงเทคนิค อินโฟเควสท์ระบุว่านักวิเคราะห์มองระดับ 4,235 ดอลลาร์เป็นแนวรับสำคัญ ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ต่อเนื่องมาจากการประชุมเฟดกลางเดือนที่ขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขึ้นต่อ
กองทุนทองคำผลตอบแทน 235% มองการร่วงรอบนี้เป็นเรื่องชั่วคราว
ในขณะที่ราคาอ่อนตัว มีมุมมองจากฝั่งผู้จัดการกองทุนออกมาเช่นกัน Discovery Alert ซึ่งอ้างรายงานของ Bloomberg เมื่อวันที่ 24 กันยายน รายงานว่ากลยุทธ์ของ L1 Gold Fund ภายใต้ L1 Group จากออสเตรเลีย ที่บริหารโดยราฟาเอล แลมม์ และมาร์ก แลนเดา ให้ผลตอบแทนสุทธิราว 235% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ถึงสิงหาคม 2026 ในช่วงเดียวกัน กองทุน VanEck Gold Miners ETF ให้ผลตอบแทนราว 148% และราคาทองคำเพิ่มขึ้นราว 55%
ผู้จัดการกองทุนมองว่าการปรับลงของทองคำในรอบนี้เป็นเรื่องชั่วคราว โดยอ้างถึงปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้าง คือการขาดดุลการคลังของประเทศสำคัญและการซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง มุมมองนี้สอดคล้องกับสามธนาคารใหญ่ที่ยังมองบวกทองคำในระยะยาว กองทุนนี้ใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้นเหมืองทองที่ประเมินว่าราคาต่ำกว่ามูลค่า ควบคู่กับการขายชอร์ตหุ้นเหมืองที่มีปัญหาและสัญญาทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง ผลตอบแทนจึงไม่ได้มาจากราคาทองคำเพียงอย่างเดียว
ผลต่อราคาทองไทย
ราคาทองคำแท่งไทยปิดตลาดเมื่อวานที่ 67,500 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 500 บาทจากวันก่อน ตามราคาที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ราคาทองไทยวันนี้จะขึ้นกับว่าทองคำโลกจะยืนเหนือแนวรับ 4,235 ดอลลาร์ได้หรือไม่ รวมถึงทิศทางค่าเงินบาท ผู้อ่านตรวจสอบราคาล่าสุดได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ และติดตามข่าวอื่น ๆ ได้ที่บทความทั้งหมด
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
