ราคาทองคำในประเทศปิดตลาดวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 ด้วยการปรับตัวลงรวม 600 บาทจากวันก่อนหน้า โดยมีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาถึง 28 ครั้งตลอดวัน ตามข้อมูลของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ราคาทองคำแท่ง 96.5% ปิดตลาดที่บาทละ 68,550 บาท (ราคาขายออก) ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกอยู่ที่บาทละ 69,350 บาท เป็นการร่วงลงต่อเนื่องหลังราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดเช้าวันเดียวกัน

สาเหตุหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนสิงหาคมที่ประกาศออกมาแข็งแกร่งเกินคาดมากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้เพียง 55,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1% ตามรายงานของ FXStreet ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งนี้ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนกันยายน โดยเครื่องมือ CME FedWatch สะท้อนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นราว 58-60% จากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 50% ก่อนตัวเลขจ้างงานจะประกาศ ตามรายงานของ Reuters

ราคาทองคำโลก (Spot Gold) จึงอ่อนตัวลงจากแรงกดดันดังกล่าว โดย Reuters รายงานว่าราคาทองคำลดลงราว 0.8% มาอยู่ที่ 4,392.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าตลาดยุโรป เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (non-yielding asset) เมื่อโอกาสดอกเบี้ยขาขึ้นเพิ่มขึ้น จึงลดความน่าดึงดูดของทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตอนที่ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาสูงกว่าคาดจนกดราคาทองคำหลุดระดับ 4,600 ดอลลาร์

สำหรับทิศทางถัดไป นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญ โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) มีกำหนดประกาศวันพฤหัสบดี ตามด้วยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ ตามรายงานของ Business Recorder (อ้างอิงสำนักข่าว Reuters) ทิม วอเตอเรอร์ (Tim Waterer) หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก KCM Trade ให้ความเห็นว่า "ตัวเลขจ้างงานสร้างเซอร์ไพรส์ในทิศทางบวกอย่างชัดเจนและกดดันราคาทองคำ แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวชี้ขาดที่แน่นอนสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ชิ้นส่วนที่ขาดหายไปของปริศนาจริง ๆ จะมาถึงในสัปดาห์นี้พร้อมกับตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ" ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองที่เคยสะท้อนในผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ของ Kitco เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ระบุว่าตัวเลข CPI จะเป็นตัวชี้ขาดทิศทางราคาทองก่อนการประชุมเฟด

อย่างไรก็ตาม การปรับฐานระยะสั้นครั้งนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองระยะยาวของหลายสำนักวิเคราะห์ที่ยังคงมองบวกต่อทองคำ โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน Jefferies เคยเผยแบบจำลองที่มองเป้าราคาทองคำถึง 4,500 ดอลลาร์ในครึ่งปีหลังของปีนี้ และ อาจไปถึง 5,000 ดอลลาร์ได้เร็วกว่าคาดหากเงื่อนไขบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเป็นมุมมองที่ยังต้องติดตามควบคู่กับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในระยะสั้นนี้

ผู้ที่ติดตามราคาทองคำในประเทศไทยแบบเรียลไทม์สามารถตรวจสอบราคาทองคำวันนี้ ซึ่งดึงข้อมูลราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง และสามารถอ่านบทวิเคราะห์ราคาทองคำอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าบทความทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน