สรุปราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569
ตามข้อมูลราคารายชั่วโมงของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ราคาทองคำแท่ง 96.5% เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 เปิดตลาดที่ 67,900 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของวันด้วย จากนั้นไหลลงเรื่อย ๆ จนแตะจุดต่ำสุดที่ 67,450 บาท ช่วงเที่ยง ก่อนฟื้นขึ้นในช่วงบ่ายและปิดตลาดที่ 67,900 บาทต่อบาททองคำ เท่ากับราคาเปิด เมื่อเทียบกับราคาปิดวันพฤหัสบดีที่ 67,500 บาท ทองแท่งสูงขึ้น 400 บาท กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าวันนั้นราคาเปลี่ยน 21 ครั้ง ประกาศครั้งสุดท้ายเวลา 17.15 น. ทองคำแท่งรับซื้อ 67,700 บาท ขายออก 67,900 บาท ทองรูปพรรณขายออก 68,700 บาท และราคาทองโลก ณ เวลานั้นอยู่ที่ราว 4,304 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองไทยวันศุกร์ขึ้นหลังจากปรับลงต่อเนื่องในวันก่อนหน้า ซึ่งสรุปไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 25 กันยายน 2569 ช่วงเที่ยงราคาลงไปเท่ากับจุดต่ำสุดของวันพฤหัสบดีที่ 67,450 บาท แต่ไม่หลุดต่ำกว่านั้น
ปัจจัยหลัก: เงินเฟ้อคาดการณ์พุ่ง แต่น้ำมันและดอลลาร์อ่อนตัวช่วยพยุง
หลังตลาดทองไทยปิด สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขที่กดดันราคาทอง Kitco News รายงานว่ามหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนฉบับสุดท้ายที่ 48.1 ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 47.6 แต่ตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญคือเงินเฟ้อคาดการณ์ 1 ปีข้างหน้า ซึ่งขึ้นจาก 4.0% เป็น 4.6% สูงสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน ส่วนเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะยาวขึ้นเป็น 3.4% โจแอนน์ ซู ผู้อำนวยการผลสำรวจ ระบุว่ามุมมองต่อฐานะการเงินส่วนบุคคลของผู้บริโภคแย่ลงราว 10% ในเดือนนี้ และความกังวลเรื่องราคาสินค้าที่สูงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังตัวเลขออก ราคาทองคำโลก (spot gold) ลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 4,254 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะเงินเฟ้อคาดการณ์ที่สูงขึ้นทำให้ตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก
แต่ราคาทองก็ไม่ได้ลงต่อ FXStreet รายงานว่าทองคำฟื้นกลับมาอยู่ราว 4,280 ดอลลาร์ เพราะราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงกว่า 3% มาอยู่ที่ราว 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความคืบหน้าในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่ง CBS รายงานว่าเข้าสู่ขั้นหารือรายละเอียดทางเทคนิคแล้ว ดัชนีดอลลาร์ก็ลดลง 0.22% มาอยู่ที่ 101.02 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังปิดอยู่ ความตึงเครียดด้านพลังงานจึงยังไม่หมดไป
สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดเพิ่มขึ้น 23.20 ดอลลาร์ หรือ 0.54% ที่ 4,321.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ทั้งสัปดาห์ยังติดลบ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ลดลงครั้งที่ 4 ในรอบ 5 สัปดาห์ อินโฟเควสท์ระบุว่าแรงกดดันหลักมาจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ข้อมูล CME FedWatch ชี้ว่าตลาดให้โอกาสราว 66% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม และ 93% ในเดือนธันวาคม หลังเฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อน
ผลต่อราคาทองไทยวันนี้
ราคาปิด 67,900 บาทของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยเกิดขึ้นก่อนตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ของสหรัฐฯ จะประกาศ หลังจากนั้นทองโลกลงไปแตะ 4,254 ดอลลาร์ แล้วฟื้นขึ้นมาบ้าง แต่ Kitco และ FXStreet รายงานราคาช่วงท้ายไว้ที่ราว 4,265-4,280 ดอลลาร์ ยังต่ำกว่าระดับราว 4,304 ดอลลาร์ตอนที่ตลาดทองไทยปิด ส่วนนี้จึงเป็นแรงกดดันที่ราคาทองไทยยังไม่ได้สะท้อน USAGOLD ตั้งข้อสังเกตว่ามีแรงซื้อทองคำจริงเข้ามาทุกครั้งที่ราคาลงต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์ ราคาซื้อขายรอบถัดไปยังขึ้นกับทิศทางทองโลกและค่าเงินบาท ตรวจสอบราคาล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
FXStreet ระบุแนวต้านทางเทคนิคของทองคำโลกไว้ที่ 4,300, 4,350 และ 4,400 ดอลลาร์ และแนวรับที่ 4,200-4,210 ดอลลาร์ ตลาดยังรอตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ตามปฏิทินที่ StockMarketHours.org รวบรวมไว้ สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) จะประกาศตัวเลขนี้ในวันพุธที่ 30 กันยายน เวลา 8.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก (19.30 น. เวลาไทย) USAGOLD ระบุว่าบอนด์ยีลด์ที่สูงยังเป็นแรงกดดันใหญ่ที่สุดต่อทองคำในระยะสั้น ตลาดยังจับตาการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน เพราะมีผลต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโดยตรง
ส่วนมุมมองระยะยาว ดูได้ในสามธนาคารใหญ่มองบวกทองคำ พร้อมข้อมูลจีนซื้อทองเกินกว่าที่รายงาน และบทวิเคราะห์อื่น ๆ ที่หน้าบทความทั้งหมด
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
