ทองคำร่วงต่ำสุดรอบเดือน บอนด์ยีลด์ทะลุ 5% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ราคาทองคำโลก (XAU/USD) ปรับตัวลงแรงในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 โดยระหว่างวันราคาเคยหลุดลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ระดับ 4,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาซื้อขายแถว 4,310 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.85% ตามรายงานของ FXStreet ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ (เผยแพร่ผ่าน KITCO) รายงานว่าราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 4,312.59 ดอลลาร์ ลดลง 0.8% ณ เวลา 13.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ร่วงลงแรงกว่าที่ 1.3% มาอยู่ที่ 4,351.90 ดอลลาร์

ตัวการสำคัญที่กดราคาทองคำในวันนี้คืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 5% ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ตามรายงานของ FXStreet ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าตัวเลข 4.96% ที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 14 กันยายน 2569 ว่าเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 สะท้อนว่าแรงกดดันจากฝั่งพันธบัตรยังคงเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องแม้จะผ่านมาเพียงไม่กี่วัน ยีลด์ที่พุ่งขึ้นทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย

กลุ่มฮูตีโจมตีท่อส่งน้ำมันซาอุฯ ซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน

นอกเหนือจากปัจจัยเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่เคยรายงานไว้ในหลายบทความก่อนหน้านี้ ตัวเร่งใหม่ที่ปรากฏขึ้นในวันจันทร์คือเหตุกลุ่มฮูตีโจมตีท่อส่งน้ำมันสาย East-West ของซาอุดีอาระเบีย ตามรายงานของ FXStreet ซึ่งบังคับให้ต้องปิดสายท่อดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันหายไปจากตลาดราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดันราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้วยแรงบวกกว่า 1.5% ในวันเดียว

เหตุการณ์นี้เป็นแรงกดดันด้านอุปทานพลังงานจุดใหม่ที่แยกจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เคยรายงานไว้ในบทวิเคราะห์ราคาทองหลุด 4,320 ดอลลาร์ ศึกเรือน้ำมันอิหร่าน-สหรัฐฯ แต่ส่งผลในทิศทางเดียวกันคือทำให้ราคาน้ำมันและความกังวลเงินเฟ้อพุ่งขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเป็นแรงกดดันซ้อนทับต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย เพราะยิ่งเงินเฟ้อสูง โอกาสที่ธนาคารกลางต้องคุมเข้มนโยบายการเงินก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยพุ่งเป็น 93% พร้อมโพลชี้อาจขึ้นอีกครั้งภายในมีนาคม

ตามข้อมูลของเครื่องมือ CME FedWatch ที่ FXStreet และ KITCO อ้างอิง ตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้สูงถึง 92-93% ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 87% ที่เคยรายงานไว้ในบทวิเคราะห์ราคาทองพุ่งรับ CPI ร้อน โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 87% และ 85.8% ที่รายงานไว้ในสรุปราคาทองคำเมื่อเช้าวันเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดแทบจะฟันธงแล้วว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน

ที่น่าสนใจคือ KITCO รายงานว่าผลสำรวจของรอยเตอร์ที่สอบถามความเห็นนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่งพบว่า ส่วนใหญ่ไม่เพียงคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธนี้เท่านั้น แต่ยังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นเดือนมีนาคมปีหน้าด้วย ซึ่งเป็นมุมมองที่มองไกลกว่าการประชุมครั้งนี้ และบ่งชี้ว่าตลาดบางส่วนเริ่มมองว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ของเฟดอาจยังไม่จบเพียงแค่ครั้งเดียว จิม วิคคอฟฟ์ (Jim Wyckoff) นักวิเคราะห์ตลาดจาก American Gold Exchange ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ว่า "ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรงในวันนี้กำลังผลักดันการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งบ่งชี้ว่าธนาคารกลางหลักของโลกจะต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น และนั่นเป็นปัจจัยลบต่อโลหะมีค่า"

นอกจากเฟดแล้ว FXStreet ยังระบุว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.25% ในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะยิ่งทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกันหลายประเทศ ลดความน่าดึงดูดของทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ยลงไปอีก

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว KITCO รายงานว่าโลหะมีค่าอื่น ๆ ก็ปรับตัวลงตามทองคำเช่นกัน โดยเงินอยู่ที่ 63.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.2% แพลทินัมอยู่ที่ 1,768.17 ดอลลาร์ ลดลง 1.6% และแพลเลเดียมอยู่ที่ 1,290.41 ดอลลาร์ ลดลง 0.7% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

แรงซื้อธนาคารกลางจีนยังเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว

แม้ราคาทองคำระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันหนัก แต่สภาทองคำโลก (World Gold Council) ยืนยันผ่านรายงานล่าสุดว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเข้าสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน โดยทองคำคิดเป็นสัดส่วนราว 9% ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมดแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 8% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขการซื้อทองคำเดือนสิงหาคมที่เคยรายงานไว้อย่างละเอียดในบทความราคาทองคำ จีนซื้อทองเดือนที่ 22 ติดต่อกัน ETF ไหลเข้า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เรย์ เจีย (Ray Jia) ผู้เขียนรายงานของ WGC ระบุว่าแรงซื้อดังกล่าว "สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารกลางในการกระจายความเสี่ยงทุนสำรองและเสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอนมากขึ้น" ซึ่งเป็นธีมแรงซื้อเชิงโครงสร้างที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทเคยกล่าวถึงไว้ในบทวิเคราะห์วอลล์สตรีทมองบวกทองคำก่อนเฟดขึ้นดอกเบี้ย ว่าเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาวแม้ระยะสั้นจะผันผวนจากปัจจัยดอกเบี้ย

ความหมายต่อราคาทองไทย

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศไทยล่าสุดที่สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยประกาศ ปิดตลาดวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ที่ 67,600 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 650 บาทจากราคาเปิด ตามรายละเอียดที่เคยรายงานไว้ในสรุปราคาทองคำวันนี้ 15 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ราคาทองคำโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่ทะลุ 5% และวิกฤตท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียที่กล่าวถึงข้างต้น เมื่อตลาดเปิดทำการในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ ราคาทองคำในประเทศจึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนต่อเนื่องตามทิศทางราคาทองคำโลกและผลการประชุมเฟดที่จะทยอยชัดเจนขึ้น ผู้อ่านที่ต้องการตรวจสอบราคาทองคำจริงแบบเรียลไทม์จากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยสามารถติดตามได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

แนวรับ-แนวต้านที่ต้องจับตา และสิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ด้านเทคนิค FXStreet ระบุว่าแนวต้านสำคัญของราคาทองคำโลกอยู่ที่ระดับจิตวิทยา 4,400 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,450 และ 4,500 ดอลลาร์ ส่วนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) อยู่ที่ 4,539 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับที่ต้องจับตาคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันที่ 4,351 ดอลลาร์ ตามด้วยระดับ 4,300 ดอลลาร์ จุดต่ำสุดรองของเดือนกันยายนที่ 4,282 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันที่ 4,271 ดอลลาร์ หากราคาหลุดแนวรับเหล่านี้ลงไปอาจเปิดทางให้ราคาทดสอบจุดต่ำสุดรอบเดือนที่ 4,253 ดอลลาร์อีกครั้ง

จุดสนใจหลักของตลาดในระยะถัดไปยังคงเป็นผลการประชุม FOMC ที่จะแถลงมติในวันพุธที่ 16 กันยายนตามเวลาสหรัฐฯ พร้อมรายงานประมาณการเศรษฐกิจ (dot plot) ชุดใหม่และถ้อยแถลงของประธานเฟด เควิน วอร์ช ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะตีความการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดหรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการคุมเข้มรอบใหม่ตามที่โพลของรอยเตอร์สะท้อนไว้ ผู้อ่านที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์และข่าวราคาทองคำฉบับอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถดูรายการทั้งหมดได้ที่หน้าบทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน