สรุปราคาทองคำเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569
ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ไม่ขยับเลยตลอดทั้งวัน โดยราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด อยู่ที่ระดับเดียวกันทั้งหมดคือ 68,250 บาทต่อบาททองคำ ตามข้อมูลราคารายชั่วโมงของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งประกาศราคาอ้างอิงเพียงครั้งเดียวในช่วงเช้าเวลา 09.00 น. แล้วไม่มีการปรับราคาเพิ่มเติมอีกเลยจนสิ้นวัน เมื่อเทียบกับราคาเปิด-ปิดของวันเสาร์ที่ 12 กันยายนซึ่งอยู่ที่ระดับเดียวกันคือ 68,250 บาทเช่นกัน ถือว่าราคาทองไทยนิ่งสนิทต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่บาทเดียว ตามที่เคยคาดการณ์แนวโน้มนี้ไว้ใน สรุปราคาทองคำวันนี้ 13 กันยายน 2569 ซึ่งรายงานราคาวันเสาร์และระบุว่าราคาน่าจะยังคงยืนที่ระดับเดิมไปจนกว่าตลาดจะเปิดทำการอีกครั้งในเช้าวันจันทร์
สาเหตุที่ราคานิ่ง 2 วันติด: วันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนตลาดโลกปิดสัปดาห์ด้วยการร่วงสัปดาห์ที่ 3
ราคาที่ไม่ขยับตลอดวันเสาร์-อาทิตย์เป็นผลจากตลาดทองคำแท่งในประเทศไทยปิดทำการซื้อขายจริงในวันหยุดสุดสัปดาห์ตามปกติ โดยสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยจะประกาศราคาอ้างอิงเพียงรอบเดียวในเช้าวันเสาร์เพื่อสะท้อนราคาทองคำโลกล่าสุด ก่อนจะหยุดปรับราคาไปจนกว่าตลาดจะเปิดทำการอีกครั้งในวันทำการถัดไป ซึ่งก็คือเช้าวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้
ส่วนภาพรวมตลาดโลกที่ราคาไทยหยุดนิ่งรอตามอยู่นั้น ตามรายงานของ FXStreet ราคาทองคำ (XAU/USD) ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 11 กันยายนต่ำกว่าระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังร่วงลงกว่า 1% ในวันอังคาร ก่อนจะดีดตัวกลับบางส่วนในวันพุธ แต่ยังคงถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ไต่ขึ้นไปแตะ 4.96% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ขณะที่พันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับขึ้นไปที่ 4.59% ผลจากอัตราผลตอบแทนที่พุ่งสูงทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยเสียเปรียบด้านต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง กดดันให้ราคาทองคำโลกปิดสัปดาห์ที่แล้วด้วยการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ตามรายงานของ GoldSilver.com ซึ่งระบุว่าราคาทองคำปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคมที่ 5,589 ดอลลาร์ราวๆ 21%
ทีมนักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ให้ความเห็นกับ FXStreet เกี่ยวกับตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่า "ตัวเลข PPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% ต่อเดือน" และองค์ประกอบที่ป้อนเข้าสู่ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดใช้ "ออกมาในฝั่งที่ค่อนข้างร้อนแรง" ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
ความหมายต่อราคาทองไทยวันนี้
เนื่องจากราคาปิดวันอาทิตย์ที่ 68,250 บาทเป็นเพียงราคาอ้างอิงที่ประกาศตั้งแต่เช้าวันเสาร์ และไม่ได้ปรับตามความเคลื่อนไหวของตลาดโลกที่เกิดขึ้นจริงในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อตลาดทองคำแท่งไทยเปิดทำการอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยจะเริ่มปรับราคาตามทิศทางตลาดโลกล่าสุดอีกครั้ง ตามข้อมูลราคาที่สมาคมประกาศเป็นทางการ ผู้อ่านที่ต้องการตรวจสอบราคาจริงแบบเรียลไทม์หลังตลาดเปิดสามารถติดตามได้ที่หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์
สิ่งที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้
จุดสนใจหลักของตลาดทองคำสัปดาห์นี้คือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันอังคารที่ 15 และวันพุธที่ 16 กันยายน ตามรายงานของ FXStreet เครื่องมือ CME FedWatch ให้น้ำหนักโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไว้ที่ราว 70% ขณะที่ประเด็นสำคัญไม่แพ้กันคือรายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) หรือ "dot plot" ซึ่งในการประชุมเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาระบุแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2569 ก่อนจะกลับมาปรับลดดอกเบี้ยในปี 2570-2571 นักวิเคราะห์จะจับตาว่าตัวเลขคาดการณ์ชุดใหม่จะถูกปรับให้เข้มงวดขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องติดตามท่าทีของประธานเฟด เควิน วอร์ช ในการแถลงข่าวหลังการประชุมวันพุธ ว่าจะมีสัญญาณเรื่องแรงกดดันทางการเมืองต่อการตัดสินใจของเฟดหรือไม่
ทีมนักวิเคราะห์จาก TD Securities มองภาพรวมทองคำในเชิงบวก โดยระบุกับ FXStreet ว่าบรรยากาศตลาดโดยรวมยัง "สร้างสรรค์" (constructive) และเสนอมุมมองว่า "ท่าทีที่ค่อนไปทางตึงตัว (hawkish) ของเฟดอาจเป็นเพียงการเลื่อนจังหวะของขาขึ้นรอบถัดไปออกไป มากกว่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ราคาปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ" ทั้งนี้ FXStreet ระบุว่าแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญของทองคำโลกในสัปดาห์นี้อยู่ที่ช่วง 4,510-4,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายกว่าที่ตลาดคาดไว้ ราคาทองคำก็มีโอกาสทดสอบแนวต้านดังกล่าวได้ ผู้อ่านที่สนใจติดตามบทวิเคราะห์และข่าวราคาทองคำฉบับอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถดูรายการทั้งหมดได้ที่บทความทั้งหมด ของเว็บไซต์
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
