ราคาทองคำล่วงหน้า (COMEX) ส่งมอบเดือนธันวาคม ปิดตลาดคืนวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ที่ระดับ 4,396.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 85.10 ดอลลาร์ หรือ 1.90% ตามรายงานของ infoquest.co.th โดยสาเหตุหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน บวกกับดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นแตะ 99.677 จุด ทั้งสองปัจจัยนี้ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยขาดความน่าดึงดูดลงเมื่อเทียบกับพันธบัตร ข่าวนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่ต่อยอดจากรายงานราคาทองไทยประจำวันเมื่อวาน ซึ่งเคยรายงานว่าราคาทองคำโลกแตะจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ราว 4,460 ดอลลาร์จากถ้อยแถลงของประธานเฟด (อ่านเพิ่มเติม: สรุปราคาทองคำวันนี้ 2 กันยายน 2569) แต่ตัวเลขปิดตลาดจริงล่าสุดที่ 4,396.40 ดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าแรงขายลากราคาลงไปมากกว่านั้นอีกในช่วงดึก

บอนด์ยีลด์พุ่ง ดอลลาร์แข็ง ฉุดทองคำหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน

infoquest.co.th รายงานว่าการที่ราคาทองคำหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average) ได้กระตุ้นแรงขายเชิงเทคนิคเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคมหลังสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดที่งาน Jackson Hole (อ่านเพิ่มเติม: ราคาทองหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทรุดกว่า 3% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ปรับลด) นอกจากนี้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นก็ยังคงเป็นแรงกดดันซ้อนที่สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งย้อนแย้งกับบทบาทปกติของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะตลาดกลับให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า

ด้าน MINING.COM รายงานว่าตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนขึ้นไปแตะเกือบ 70% ตามข้อมูลของ CME FedWatch Tool ซึ่งสูงขึ้นจากตัวเลข 66.4% ที่ Yahoo Finance เคยรายงานไว้เมื่อวันก่อนหน้า สะท้อนว่าการคาดการณ์ของตลาดยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละชั่วโมง ทั้งนี้ Ryan McKay นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก TD Securities ให้ความเห็นกับ MINING.COM ว่าความอ่อนแอของราคาทองคำครั้งนี้ "เป็นผลต่อเนื่องจากสุนทรพจน์ของวอร์ชที่ Jackson Hole และความเห็นของนายบาร์ในเช้าวันนี้เกี่ยวกับเงินเฟ้อ" พร้อมระบุว่าการเทขายพันธบัตรทั่วโลกที่กลับมาอีกครั้งก็ยิ่งซ้ำเติมแรงกดดัน ทั้งนี้ MINING.COM ระบุว่าทองคำในปี 2569 ยังคงบวกเพียง 0.7% และต่ำกว่าราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้ 5,419.83 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 28 มกราคมอยู่ราว 20%

World Gold Council เตือนเสี่ยงร่วงต่อถึง 4,215 ดอลลาร์

KITCO News รายงานบทวิเคราะห์ของ World Gold Council (WGC) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กันยายนว่า โมเมนตัมระยะสั้นของราคาทองคำกำลังอ่อนแรงลง โดยดัชนี RSI รายวันกำลังก่อตัวเป็นจุดสูงสุด (topping) ประกอบกับสถานะ net long ที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลึกกว่านี้ WGC ระบุแนวรับสำคัญไว้ที่ 4,311 ดอลลาร์ (จุดต่ำสุดกลางเดือนสิงหาคม) และหากหลุดแนวรับนี้ แนวรับถัดไปที่สำคัญกว่าคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 55 วันที่ระดับ 4,215 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ยเอ็กซ์โพเนนเชียล 13 วันที่ 4,474 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 4,530 ดอลลาร์ ก่อนถึงระดับ 4,769-4,774 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุด 50% retracement ของช่วงขาลงปี 2569 เทียบกับจุดสูงสุดเดือนพฤษภาคม

ความหมายต่อราคาทองไทย

ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณในประเทศไทยประกาศโดยสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ซึ่งอ้างอิงจากราคาทองคำโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นหลัก การที่ราคาทองคำโลกปิดตลาดคืนวันอังคารต่ำกว่าที่เคยรายงานไว้ในช่วงกลางวัน บ่งชี้ว่าแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์และดอลลาร์แข็งยังไม่จบ และอาจส่งผลต่อราคาทองไทยในรอบประกาศถัดไป ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาทองคำวันนี้แบบเรียลไทม์ ซึ่งดึงข้อมูลราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง สามารถดูได้ที่ หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์

แนวโน้มที่ต้องจับตา

ตามรายงานของ KITCO World Gold Council ยังคงมองว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำ เช่น การซื้อสะสมทองคำของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางการคลัง ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในระยะสั้นตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลึกลงไปถึงระดับ 4,215 ดอลลาร์หากโมเมนตัมขาลงยังไม่หยุด ขณะที่ MINING.COM ระบุว่าตลาดจะยังคงจับตาถ้อยแถลงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดใหม่ที่จะช่วยยืนยันหรือหักล้างการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ผู้ที่ติดตามราคาทองคำไทยเป็นประจำสามารถย้อนดูบทความวิเคราะห์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยวอร์ชและเฟดได้ที่ บทความทั้งหมด ของเว็บไซต์

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน