ราคาทองคำในตลาดโลกทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เดือนสิงหาคม 2569 กลายเป็นเดือนที่ราคาทองคำปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปีเดียวกัน โดยฟื้นตัวขึ้นมาจากระดับต่ำสุดของปีที่เคยร่วงไปแตะราวๆ 3,963 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางแรงหนุนสำคัญจากการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังไม่มีทีท่าชะลอตัว และมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เข้ามากดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ล่าสุด Goldman Sachs ยังคงเป้าราคาทองคำสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระบุว่ามีโอกาสที่ราคาจะขึ้นไปได้ไกลกว่านั้น หากแรงซื้อจากธนาคารกลางและตลาดออปชันยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ตามรายงานของ BusinessToday.in
ธนาคารกลางซื้อทองคำเฉลี่ยเดือนละ 50 ตัน มากกว่ายุคก่อนปี 2565 เกือบ 3 เท่า
Goldman Sachs ประเมินว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะซื้อทองคำเฉลี่ยเดือนละราว 50 ตันตลอดปี 2569 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนปี 2565 ที่อยู่ราวเดือนละ 17 ตันเกือบ 3 เท่า โดยแนวโน้มนี้เร่งตัวขึ้นชัดเจนหลังชาติตะวันตกอายัดทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียภายหลังการรุกรานยูเครน ทำให้หลายประเทศหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกอายัดหรือจำกัดสิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดในไตรมาส 2 ปี 2569 ยืนยันแนวโน้มนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวมกันถึง 289 ตันในไตรมาสเดียว ตามรายงานของ Crypto Briefing และ KuCoin News
Goldman Sachs ระบุว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ตลาดยังคาดหวังการผ่อนคลายในระยะข้างหน้า เป็นอีกสองปัจจัยที่ผลักดันให้ทองคำมีแรงหนุนซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช่แค่ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อหรือสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิม แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ในสายตาของธนาคารกลางหลายประเทศ (อ่านมุมมองของ Citi และ JPMorgan ต่อทิศทางราคาทองคำระยะกลางเพิ่มเติมได้ใน ราคาทองคำ: Citi ปรับเป้าขึ้น 4,800 ดอลลาร์ JPMorgan มอง 5,000 ดอลลาร์ได้)
คลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว กดผลตอบแทน หนุนทองคำทางอ้อม
อีกปัจจัยที่หนุนราคาทองคำในเดือนสิงหาคมคือการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ว่าจะเพิ่มวงเงินโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (bond buyback) เป็นมากกว่าเท่าตัวจากเดิม สู่ระดับอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อรอบการซื้อคืน โดยเน้นพันธบัตรอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่เผชิญแรงขายต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน มาตรการนี้ช่วยกดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวลง และกดค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำโดยอ้อม เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ ตามรายงานของ Crypto Briefing และ KuCoin News
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวไม่ได้ปราศจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยสแตนลีย์ ดรักเคนมิลเลอร์ (Stanley Druckenmiller) นักลงทุนชื่อดัง แสดงความกังวลว่าการเข้าแทรกแซงลักษณะนี้อาจบิดเบือนสัญญาณราคาที่แท้จริงของตลาดพันธบัตร ขณะที่สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่าเป็นเพียง "การบริหารพอร์ตหนี้อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่การแทรกแซงตลาด" ประเด็นความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐฯ นี้สอดคล้องกับเหตุผลที่ Natixis เคยใช้ปรับเป้าราคาทองคำขึ้นเป็น 5,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน (ดูรายละเอียดใน ราคาทอง: Natixis ปรับเป้าปีนี้พุ่งเป็น 5,000 ดอลลาร์ หวั่นหนี้สหรัฐฯ-พันธบัตรผันผวน)
ตลาดออปชันกลายเป็นตัวขยายแรงราคา นักลงทุนหันไปใช้ออปชันซับซ้อนต้นทุนต่ำ
Goldman Sachs รายงานว่าความต้องการซื้อออปชันประเภทคอล (call option) ของทองคำเพิ่มขึ้นชัดเจน และเตือนว่าตลาดออปชันกำลังทำหน้าที่เป็น "ตัวขยายแรงราคา" (price amplifier) เมื่อราคาทองคำเข้าใกล้ระดับราคาใช้สิทธิ์ (strike price) ที่มีสถานะเปิดสะสมอยู่มาก ผู้ดูแลสภาพคล่อง (dealer) จำเป็นต้องซื้อทองคำล่วงหน้าหรือทองคำจริงเพื่อป้องกันความเสี่ยงของตนเอง ซึ่งยิ่งเร่งให้ราคาทองคำปรับขึ้นเร็วกว่าปกติ นักลงทุนกลุ่มที่เป็นขาขึ้น (bulls) จึงหันไปใช้กลยุทธ์ออปชันที่ซับซ้อนขึ้น เช่น call spread และออปชันแบบเอ็กโซติก (exotic options) แทนการซื้อออปชันคอลตรงๆ เพราะมีต้นทุนถูกกว่าในการเดิมพันว่าราคาทองคำจะขึ้นต่อ ตามรายงานของ Crypto Briefing และ KuCoin News ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Goldman Sachs ทั้งนี้ Goldman Sachs เตือนว่าความเข้มข้นของสถานะออปชันที่ระดับราคาสูงก็เป็นความเสี่ยงเช่นกัน เพราะอาจทำให้ราคาผันผวนรุนแรงขึ้นได้ทั้งสองทาง หากตลาดปรับมุมมองกะทันหัน
ราคาทองคำในไทยวันนี้
สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศไทย ราคาปิดล่าสุดของวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 70,250 บาทต่อบาททองคำ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน สรุปราคาทองคำวันนี้ 31 สิงหาคม 2569) เนื่องจากราคาทองคำโลกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ผันผวนจากทั้งแรงซื้อธนาคารกลางและปัจจัยตลาดออปชันดังกล่าวข้างต้น ราคาทองคำแท่งในประเทศจึงมีโอกาสปรับเปลี่ยนได้หลายครั้งตลอดวันทำการจันทร์นี้ตามธรรมเนียมของสมาคมฯ ผู้อ่านที่ต้องการติดตามราคาล่าสุดแบบเรียลไทม์สามารถดูได้ที่ หน้าราคาทองคำวันนี้ ของเว็บไซต์ ซึ่งดึงข้อมูลราคาจริงจากสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยโดยตรง
แนวโน้มระยะข้างหน้า
มุมมองของทั้ง Goldman Sachs, Citi, JPMorgan และ Natixis ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาไปในทิศทางเดียวกันคือทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง-ยาว โดยมีแรงซื้อธนาคารกลางเป็นเสาหลักที่ต่างจากรอบขาขึ้นในอดีต ประกอบกับความกังวลด้านหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และมาตรการดูแลตลาดพันธบัตรของกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs เตือนว่าการที่ตลาดออปชันเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอาจทำให้ราคาทองคำผันผวนรุนแรงกว่าปกติในระยะสั้น ทั้งในทิศทางขึ้นและลง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรตระหนักไว้ประกอบการติดตามข่าวสาร ไม่ใช่มองเฉพาะเป้าราคาปลายทางเพียงอย่างเดียว ผู้ที่สนใจติดตามพัฒนาการราคาทองคำและมุมมองของธนาคารกลางต่างๆ อย่างต่อเนื่องสามารถดูบทความวิเคราะห์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ บทความทั้งหมด
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
